Loading...

กองการต่างประเทศ

Division of Foreign Affairs

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

ทส. ร่วมประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 5 ช่วงที่ 2 (UNEA 5.2)

ทส. ร่วมประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 5 ช่วงที่ 2 (UNEA 5.2)

ทส. ร่วมประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 5 ช่วงที่ 2 (UNEA 5.2)


วันนี้ ( 28 กุมภาพันธ์ 2565) เวลา 14.00 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย ได้กล่าวถ้อยแถลงในที่ประชุมสมัชชาสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 5 ช่วงที่ 2 (UNEA 5.2) ซึ่งกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ - 2 มีนาคม 2565  ณ กรุงไนโรบี สาธารณรัฐเคนยา ภายใต้หัวข้อหลัก “Strengthening Actions for Nature to Achieve the Sustainable Development Goals” ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยมี นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงฯ นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองปลัดกระทรวงฯ พร้อมด้วยรองอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และรองเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเข้าร่วมการประชุม


นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทส. ได้กล่าวถ้อยแถลงในนามประเทศไทย (National Statement) ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทั่วโลกกำลังเผชิญ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประเด็นด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และด้านมลพิษ ซึ่งประเทศไทยได้ใช้แนวทาง Bio-Circular-Green Economic Model (BCG) ในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน โดยคำนึงถึงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สำหรับการจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อม


โดยประเทศไทยได้วางเป้าหมายการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net-Zero Emission) ภายใน ปี ค.ศ. 2065 ตลอดจนการแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก ประเทศไทยมีแผนปฏิบัติการด้านการจัดการขยะพลาสติก โดยกำหนดเป้าหมายการนำขยะพลาสติกเข้ากระบวนการรีไซเคิลให้ได้ ร้อยละ 100 ตามแนวทาง Circular Economy ภายในปี ค.ศ. 2027 


ทั้งนี้ การประชุม UNEA 5.2 เป็นเวทีการประชุมสหประชาชาติในระดับที่สูงที่สุด สำหรับการกำหนดนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมของโลก โดยมีผู้นำด้านสิ่งแวดล้อมจากประเทศสมาชิกสหประชาชาติเข้าร่วมถึง 114 ประเทศทั่วโลก และผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศภายใต้สหประชาชาติกว่า 14 องค์กร โดยผู้แทนจากทุกประเทศจะร่วมกันรับรองข้อมติ (Resolution) ข้อตัดสินใจ (Decision) เพื่อเป็นกรอบการดำเนินงานของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติในการสนับสนุนประเทศสมาชิกจัดการสิ่งแวดล้อมที่มีความท้าทาย และจำเป็นต้องดำเนินงานอย่างเร่งด่วนเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งร่วมรับรองปฏิญญาระดับรัฐมนตรี (Ministerial Declaration) ที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการร่วมกันจัดการปัญหาที่ท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน 


การประชุมครั้งนี้ มีร่างข้อมติที่สำคัญเพื่อการจัดตั้งคณะกรรมการระหว่างรัฐบาลเพื่อการเจรจา (Intergovernmental Negotiating Committee: INC) ในการจัดทำข้อตกลงระหว่างประเทศฉบับใหม่ด้านการจัดการมลพิษจากขยะพลาสติกและรวมถึงสิ่งแวดล้อมทางทะเลที่มีผลผูกพันทางกฎหมาย (legal binding) ซึ่งประเทศไทยมีบทบาทในการร่วมการเจรจา เน้นย้ำถึงประเด็น Microplastics ซึ่งเป็นปัญหาที่ท้าทายและต้องให้ความสำคัญ การจัดการมลพิษขยะพลาสติกในทุกมิติและในทุกระบบนิเวศ และพร้อมสนับสนุน Circular Economy และ life cycle approach ซึ่งเป็นจุดแข็งในการดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาขยะพลาสติก ซึ่งหลายประเทศมีท่าทีไปในแนวทางเดียวกับประเทศไทย

แกลเลอรี่