ทส. กล่าวปาฐกถาในงาน “Validation Workshop on the Stockholm+50 Thailand National Consultation Report”
วันนี้ (25 พฤษภาคม 2565) เวลา 09.00 น. นายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปกท.ทส.) มอบหมายให้ นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวปาฐกถาในงาน “Validation Workshop on the Stockholm+50 Thailand National Consultation Report” ผ่านการประชุมออนไลน์ ณ ห้องประชุมชั้น 16 อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รอง ปกท.ทส. ได้กล่าวถึงการดำเนินงานของประเทศไทย ภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 เพื่อปรับปรุงการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน โดยที่ผ่านมากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลเพื่อรับมือกับความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมที่รุนแรง ได้แก่ วิกฤตด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งประเทศไทยได้เร่งดำเนินการเพื่อบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ภายในปี ค.ศ. 2065 โดยมีมาตรการขับเคลื่อน เช่น การปรับโครงสร้างพลังงานตามแนวนโยบาย 4D1E การสนับสนุนเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าให้มีสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 30 ขณะที่ วิกฤตด้านความหลากหลายทางชีวภาพ กระทรวงฯ ได้ยกร่างแผนปฏิบัติการความหลากหลายทางชีวภาพแห่งชาติในการบรรลุวัตถุประสงค์หลักของอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ (CBD) และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) รวมทั้งการเพิ่มพื้นที่ป่าไม้และสีเขียวให้ได้ร้อยละ 55 ของพื้นที่ประเทศ
นอกจากนี้ วิกฤตด้านมลพิษและขยะพลาสติก กระทรวงฯ ได้ขับเคลื่อนการดำเนินงานภายใต้ Roadmap การจัดการขยะพลาสติก พ.ศ. 2561 - 2573 เพื่อที่จะลดการใช้พลาสติก และมุ่งสู่การรีไซเคิล ร้อยละ 100 ภายในปี ค.ศ. 2027 และจากการประชุม UNEA 5.2 ที่ผ่านมา ที่ประชุมยังได้บรรลุข้อตกลงด้านการจัดการมลพิษจากพลาสติกระดับโลก โดย นายปิ่นสักก์ รองปลัดกระทรวงฯ ได้เน้นย้ำว่า เพื่อให้การดำเนินการจัดการมลพิษจากพลาสติกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อลดขยะพลาสติกจำนวนมหาศาลที่จะลงสู่สิ่งแวดล้อม พร้อมกันนี้ ยังได้กล่าวขอบคุณเอกอัครราชทูตสวีเดนประจำประเทศไทย และเอกอัครราชทูตเคนยาประจำประเทศไทย สำหรับการสนับสนุนการจัดการประชุมในครั้งนี้ ตลอดจนชื่นชมโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UNDP) สำหรับการจัดระดมความคิดเห็นและประชุมเชิงปฏิบัติการต่าง ๆ และการจัดทำรายงานหารือระดับชาติของประเทศไทย

