“รมว.วราวุธ” กระชับความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมกับสวีเดน เน้นย้ำเข้าสู่ยุค Green Gold สร้างรายได้ให้คนท้องถิ่น ควบคู่การปกป้องสิ่งแวดล้อมโลก
วันนี้ (1 มิถุนายน 2565) เวลา 18.30 น. นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) กล่าวถ้อยแถลงในงาน “A Healthy Planet for the Prosperity of All : Innovation for Sustainability” ในรูปแบบการประชุมออนไลน์ ซึ่งจัดขึ้นโดยสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงสตอกโฮล์ม
โดย รมว.ทส. ได้แสดงวิสัยทัศน์ ว่า จากการประชุมสตอกโฮล์มเมื่อ 50 ปีที่แล้ว ซึ่งประชาคมโลกได้ให้ความสำคัญกับปัญหาสิ่งแวดล้อมเนื่องจากการใช้ประโยชน์จากธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างไร้ขีดจำกัดและจำเป็นต้องได้รับการแก้ปัญหา ซึ่งล้วนแต่เป็นความรับผิดชอบของเราในการแก้ปัญหาที่สร้างขึ้น สำหรับประเทศไทยได้มุ่งมั่นการดำเนินงานโดยเน้นความสมดุลในทุกมิติ โดยใช้ BCG Model เป็นแนวทางในการฟื้นฟูความแข็งแกร่งของประเทศเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดในโลกและเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรที่สำคัญหนึ่งในสิบอันดับแรกของโลก ด้วยจุดแข็งนี้ ประเทศไทยจึงได้รับการยอมรับว่าเป็น “ครัวของโลก” อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถดำเนินการตามแนวทางปฏิบัติทางการเกษตรแบบเดิมต่อไปได้ จึงต้องหันมาปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์โดยใช้เทคโนโลยีการเกษตรนวัตกรรมบนพื้นฐานของภูมิปัญญาท้องถิ่น
นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้ประกาศเป้าหมายการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065 โดยต้องได้รับการสนับสนุนด้านเทคโนโลยีและการเงิน ตลอดจนการสร้างขีดความสามารถจากพันธมิตรระหว่างประเทศ ทั้งนี้ ไทยจำเป็นต้องเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถในการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีมาจัดการกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศและปัญหาสิ่งแวดล้อม ซึ่ง ทส. ได้ร่วมการดำเนินงานกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการบูรณาการเป้าหมายไว้ในยุทธศาสตร์ นโยบาย และแผนระดับชาติ และจากการบังคับใช้ข้อตกลงปารีสถือว่าเป็นโอกาสอันดีที่จะสร้างให้เกิดคาร์บอนเครดิต หรือ Green Gold ทั้งในภาคพลังงาน ภาคอุตสาหกรรม และภาคป่าไม้ ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนผ่านจากยุค Black Gold ไปสู่ Green Gold
ทั้งนี้ รมว.ทส. ได้เน้นย้ำว่า การเข้าสู่ยุค Green Gold จำเป็นต้องมี Green coin ด้วย ซึ่งเทคโนโลยีบล็อกเชนและสกุลเงินดิจิทัล จะสามารถสร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่นควบคู่กับการปกป้องสิ่งแวดล้อมโลก ท้ายนี้ ประเทศไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับสวีเดนและหุ้นส่วนต่าง ๆ เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมต่อไป

