Loading...

กองการต่างประเทศ

Division of Foreign Affairs

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

สายการบินเวอร์จิน แอตแลนติก มีเที่ยวบิน'net-zero' ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ✈️

สายการบินเวอร์จิน แอตแลนติก มีเที่ยวบิน'net-zero' ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ✈️

สายการบินเวอร์จิน แอตแลนติก มีเที่ยวบิน'net-zero' ข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก ✈️

ในปี 2566 สายการบินเวอร์จินแอตแลนติก (Virgin Atlantic) มีแผนให้เที่ยวบินจากลอนดอนไปยังนิวยอร์ก โดยเครื่องบินโบอิ้ง 787 เป็นเที่ยวบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก “เที่ยวบินแรกของโลกที่มีการปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ (net-zero)” ซึ่งใช้เชื้อเพลิงการบินแบบยั่งยืน (Sustainable Aviation Fuel: SAF) ที่มีส่วนผสมจากน้ำมันปรุงอาหารและของเสียจากการเกษตร แทนการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล โดยจากรายงานของสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ หรือ IATA พบว่า การใช้เชื้อเพลิง SAF จะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนได้ 80% ทั้งนี้ เที่ยวบินดังกล่าวจะมีการชดเชยคาร์บอนที่เกิดขึ้นระหว่างการบินผ่านโครงการ "biochar credits" ซึ่งสนับสนุนเงินทุนโดยรัฐบาลสหราชอาณาจักร
นาย Shari Weiss ผู้บริหารสูงสุดของสายการบิน Virgin Atlantic แจ้งว่า เที่ยวบิน 'net-zero' เป็นการบุกเบิกอุตสาหกรรมการบินในปี 2023 ซึ่งจำเป็นต้องมีความเร่งด่วนในส่งเสริมการลงทุนและความร่วมมือในการผลิต SAF ปริมาณมากสำหรับใช้ในอุตสาหกรรมการบิน
ข้อมูลจากสมาคม IATA พบว่า เชื้อเพลิง SAF ไม่ใช่นวัตกรรมใหม่ โดยตั้งแต่ปี 2554 พบว่ามีการใช้เชื้อเพลิง SAF บางส่วนในมากกว่า 450,000 เที่ยวบิน โดยเชื้อเพลิง SAF มีส่วนช่วยลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการบิน แต่อย่างไรก็ตาม พบว่ามีใช้เชื้อเพลิง SAF อย่างจำกัด เนื่องจากข้อจำกัดด้านต้นทุนการผลิตและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
เชื้อเพลิง SAF สามารถใช้ได้กับเครื่องบิน Virgin’s 787 โดยมีการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น  โดยบริษัท Rolls-Royce ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องบิน Virgin’s 787 ได้ให้ข้อมูลว่า เครื่องยนต์ Trent 1000 ที่ติดตั้งในเครื่องบิน Virgin’s 787 ได้ผ่านการทดสอบแล้วว่าสามารถใช้เชื้อเพลิงที่มีการผสมผสานระหว่างเชื้อเพลิง SAF และเชื้อเพลิงที่ใช้สำหรับเครื่องบินทั่วไปได้เป็นอย่างดี และภายในสิ้นปี 2023 บริษัท Rolls-Royce จะดำเนินการพัฒนาเครื่องยนต์ Trent และเครื่องยนต์ในธุรกิจการบินให้สามารถใช้เชื้อเพลิง SAF ได้ 100%
นอกจากนี้ ยังพบว่า ในปี 2022 เครื่องบิน Airbus รุ่น A380 ก็สามารถใช้เชื้อเพลง SAF เป็นแหล่งพลังงานได้นาน 3 ชั่วโมง และในปี 2021 พบว่า มีการใช้เชื้อเพลิง SAF ในเครื่องบินของสายการบิน United Airlines เที่ยวบินจากเมืองชิคาโกถึงวอชิงตัน

ที่มา : https://edition.cnn.com/travel/article/virgin-atlantic-net-zero-transatlantic-flight-saf/index.html