ทส. เตรียมท่าทีไทยในการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 34 (34th ASOEN)
วันนี้ (11 กรกฎาคม 2566) เวลา 13.30 น. นายเถลิงศักดิ์ เพ็ชรสุวรรณ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รอง ปกท.ทส.) เป็นประธานการประชุมเตรียมการท่าทีไทยสำหรับการประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 34 (34th ASOEN) และการประชุมอื่นที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม 301 กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เพื่อหารือท่าทีของประเทศไทยในการเข้าร่วมการประชุม 34th ASOEN และการประชุมระหว่างอาเซียนกับประเทศคู่เจรจา ที่กำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม - 4 สิงหาคม 2566 ณ เมืองโบโกร์ สาธารณรัฐอินโดนีเซีย เพื่อพบปะหารือถึงความร่วมมือใน 7 สาขาหลัก ได้แก่ การอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ สิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่ง การจัดการทรัพยากรน้ำ สิ่งแวดล้อมเมืองที่ยั่งยืน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การจัดการสารเคมีและของเสีย และสิ่งแวดล้อมศึกษา การบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน รวมถึงการดำเนินการตามข้อตกลงต่าง ๆ ของอาเซียน
โดยที่ประชุมได้มีการพิจารณาเอกสารสำคัญที่จะมีการรับรองในการประชุมดังกล่าว อาทิ ร่างแถลงการณ์ร่วมอาเซียนว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสำหรับการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ 28 (ASEAN Joint Statement on Climate Change to UNFCCC COP28) ร่างแผนปฏิบัติการอาเซียนเพื่อการจัดการชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน (ASEAN Action Plan on Invasive Alien Species: IAS) การเสนอชื่อโรงเรียน และผู้เข้ารับรางวัล the 4th ASEAN Eco - Schools Award และ the 2nd ASEAN Youth Eco - Champions Award การเสนอพื้นที่คุ้มครองเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานมรดกอาเซียน ในปี 2566 จำนวน 2 แห่ง ได้แก่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูเขียวและอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว และอุทยานแห่งชาติภูกระดึง รวมถึงประเด็นที่สาธารณรัฐอินโดนีเซียในฐานะประธานอาเซียนผลักดันในปี 2566 และความคืบหน้าการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อม ครั้งที่ 17 ในเดือนสิงหาคม 2566 ณ สปป.ลาว
ทั้งนี้ รอง ปกท.ทส. ได้ขอให้แต่ละหน่วยงานพิจารณาเสนอประเด็นที่หน่วยงานมีศักยภาพและสนใจผลักดันให้เกิดความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของประเทศสมาชิกอาเซียน พร้อมทั้งให้ข้อสังเกตถึงการหาแนวทางดำเนินงานความร่วมมือภายใต้กรอบอาเซียนด้านสิ่งแวดล้อมว่า อาจจะต้องมีการพิจารณาถึงแนวทางการยกระดับความร่วมมือในเชิงยุทธศาสตร์ที่อาเซียนจะกำหนดนโยบายหรือสร้างมาตรฐานร่วมกัน (Harmonize) ด้านสิ่งแวดล้อม โดยแต่ละประเทศสามารถที่จะมีการดำเนินงานในระดับที่แตกต่างกันตามบริบทของแต่ละประเทศได้ และจะได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อไปสู่มาตรฐานร่วมกันอย่างเข้มแข็งต่อไป

