ไทย - ญี่ปุ่น หารือความร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อม เดินหน้าจัดทำ NDC 3.0 พร้อมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ
วันนี้ (27 กุมภาพันธ์ 2568) เวลา 15.00 น. ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบหมายให้ นายนราพัฒน์ แก้วทอง ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมหารือทวิภาคีกับ นายมัตสึซาวะ ยูทากะ Vice-Minister for Global Environmental Affairs กระทรวงสิ่งแวดล้อมแห่งประเทศญี่ปุ่น และคณะ โดยมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้สังกัดกระทรวงฯ เข้าร่วม ณ ห้องประชุม 203 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยในการหารือฝ่ายไทยได้แจ้งการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการอยู่ระหว่างจัดทำเป้าหมาย (Nationally Determined Contribution: NDC) ฉบับที่ 2 หรือ NDC 3.0 โดยหารือร่วมกับหน่วยงานรับผิดชอบหลักรายสาขา และมีแผนที่จะนำส่ง NDC 3.0 ให้สำนักเลขาธิการอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) ก่อนการประชุม COP สมัยที่ 30 ซึ่งฝ่ายญี่ปุ่นชื่นชมประเทศไทยที่แสดงความมุ่งมั่น และมีแผนการดำเนินงานที่มีกรอบเวลา และครอบคลุมทุกสาขาที่เกี่ยวข้องและมีการตรวจสอบความเป็นไปได้ในการดำเนินงานของภาคส่วนต่าง ๆ โดยฝ่ายไทยได้ขอบคุณรัฐบาลญี่ปุ่นสำหรับการสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ในการประเมินสถานการณ์การปล่อยและลดก๊าซเรือนกระจก ซึ่งประเทศไทยอยู่ระหว่างจัดทำแนวทางปฏิบัติสำหรับการใช้คาร์บอนเครดิตเพื่อวัตถุประสงค์ระหว่างประเทศ และจะพิจารณาการถ่ายโอนคาร์บอนเครดิตตามกลไกข้อ 6 ของความตกลงปารีสของโครงการกลไกเครดิตร่วมระหว่างไทย-ญี่ปุ่นต่อไป
นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้ขอบคุณที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องความยั่งยืนและความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการนำองค์ความรู้และประสบการณ์มาเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกพื้นที่คุ้มครองของประเทศไทย (OECM) รวมถึงญี่ปุ่นร่วมกับประเทศไทยดำเนินโครงการ The Sustainable E-waste Management and Recycling ซึ่งมีการพัฒนาแผนปฏิบัติการระยะ 5 ปี และเป็นประโยชน์ต่อประเทศในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ โดยกระทรวงฯ ได้จัดทำร่างพระราชบัญญัติจัดการซากผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอยู่ระหว่างการบรรจุเป็นวาระการประชุมคณะรัฐมนตรีต่อไป ทั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อมของสองประเทศต่อไป

