Loading...

กองการต่างประเทศ

Division of Foreign Affairs

ขนาดอักษร
เปลี่ยนการแสดงผล C C C
TH EN

“รมว.สุชาติ” หารือ ผอ.ใหญ่ UNESCO คนใหม่ ดัน “วัดพระมหาธาตุฯ–เชียงใหม่ล้านนา” สู่มรดกโลก พร้อมยกระดับความร่วมมือทะเลไทย–ผลักดัน Geopark ใหม่สู่เวทีโลก

“รมว.สุชาติ” หารือ ผอ.ใหญ่ UNESCO คนใหม่ ดัน “วัดพระมหาธาตุฯ–เชียงใหม่ล้านนา” สู่มรดกโลก พร้อมยกระดับความร่วมมือทะเลไทย–ผลักดัน Geopark ใหม่สู่เวทีโลก

“รมว.สุชาติ” หารือ ผอ.ใหญ่ UNESCO คนใหม่ ดัน “วัดพระมหาธาตุฯ–เชียงใหม่ล้านนา” สู่มรดกโลก พร้อมยกระดับความร่วมมือทะเลไทย–ผลักดัน Geopark ใหม่สู่เวทีโลก

วันนี้ (15 พฤษภาคม 2569) เวลา 16.30 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วย ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้บริหารระดับสูง ให้การต้อนรับ Mr. Khaled Ahmed El-Enany Ali Ezz ผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก (UNESCO) และคณะ ในโอกาสเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ณ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยได้หารือความร่วมมือสำคัญใน 4 ด้าน ได้แก่ มรดกโลก (World Heritage) โครงการมนุษย์และชีวมณฑล (MAB Programme) อุทยานธรณีโลก (UNESCO Global Geoparks) และความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล ภายใต้กรอบ IOC/WESTPAC รวมถึงการบริหารจัดการมหาสมุทร ความหลากหลายทางชีวภาพ และการประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลก (HIA)

นายสุชาติ ย้ำความพร้อมของไทยในการขับเคลื่อนความร่วมมือด้านทะเลในระดับภูมิภาค ทั้งด้านการวิจัย การใช้เทคโนโลยีประเมินความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเล การรับมือภัยพิบัติทางทะเล และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ พร้อมกล่าวถึงโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลภายใต้พระดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่มุ่งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชนในการอนุรักษ์ทะเล การจัดการขยะตามแนวคิด Zero Waste และการฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ไทยยังขอรับการสนับสนุนจาก UNESCO ในการยกระดับอุทยานธรณีของประเทศสู่มาตรฐานสากล พร้อมผลักดัน “อุทยานธรณีขอนแก่น” และ “อุทยานธรณีอุบลราชธานี” สู่การเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งใหม่ของไทย ต่อจากอุทยานธรณีโลกสตูล และอุทยานธรณีโลกโคราช

นายสุชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ไทยกำลังขับเคลื่อนนโยบาย “High-Value Tourism” ที่มุ่งเน้นการท่องเที่ยวคุณภาพควบคู่การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยยกตัวอย่างมาตรการปิดอุทยานแห่งชาติทางทะเลฝั่งอันดามันในช่วงฤดูมรสุม เพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศและรักษาสมดุลทรัพยากรธรรมชาติอย่างเหมาะสม

ด้าน ดร.รวีวรรณ กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีแหล่งมรดกโลก 8 แห่ง และยังเดินหน้าผลักดันแหล่งมรดกโลกแห่งใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยในปี 2569 ไทยเตรียมเสนอ “วัดพระมหาธาตุ วรมหาวิหาร” ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ในการประชุมคณะกรรมการมรดกโลก สมัยสามัญ ครั้งที่ 48 ณ สาธารณรัฐเกาหลี ขณะที่ “อนุสรณ์สถาน แหล่งต่าง ๆ และภูมิทัศน์วัฒนธรรมของเชียงใหม่ นครหลวงของล้านนา” จะเข้าสู่กระบวนการประเมินทางเทคนิค เพื่อเสนอพิจารณาในปี 2570 พร้อมย้ำว่า ไทยเคยดำรงตำแหน่งกรรมการมรดกโลกมาแล้ว 4 วาระ สะท้อนบทบาทสำคัญของไทยในเวทีระหว่างประเทศ

พร้อมกันนี้ ดร.รวีวรรณ ยังเน้นย้ำความสำคัญของการประเมินผลกระทบต่อแหล่งมรดกโลก (HIA) โดยยกกรณีโครงการรถไฟความเร็วสูงบริเวณนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งรัฐบาลได้ปรับลดขนาดและความสูงของโครงการ เพื่อรักษาคุณค่าและภูมิทัศน์ของแหล่งมรดกโลก ควบคู่กับการพัฒนาเศรษฐกิจอย่างสมดุล

ขณะที่ผู้อำนวยการใหญ่ UNESCO ได้กล่าวชื่นชมนโยบายและการดำเนินงานของประเทศไทย โดยเฉพาะแนวทางบริหารจัดการการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพื่อรักษาและส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่าให้คนรุ่นต่อไป

โอกาสนี้ ทั้งสองฝ่ายยังร่วมแสดงความยินดีในโอกาสครบรอบความร่วมมืออันยาวนานระหว่างประเทศไทยและ UNESCO พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ในการขยายความร่วมมือในทุกมิติ เพื่อร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับโลกต่อไป

แกลเลอรี่